คำอธิบาย
อำพันดอกท้อ คืออะไร?
อำพันดอกท้อ หรือ Peach Gum (เถาเจียว) เป็นยางธรรมชาติที่เกิดจากการขับยางของต้นท้อ
เมื่อแห้งจะมีลักษณะเป็นเม็ดสีเหลืองทองจนถึงสีน้ำตาลอำพัน ก่อนรับประทานต้องนำไปแช่น้ำจนพองตัว จากเม็ดแข็งจะเปลี่ยนเป็นเนื้อนุ่มใส เคี้ยวหนึบ และดูดซับรสชาติของน้ำเชื่อมหรือน้ำซุปได้ดี
เป็นวัตถุดิบยอดนิยมสำหรับทำของหวานและซุปหวานสไตล์จีน สามารถรับประทานได้ทั้งแบบร้อนและเย็น เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเมนูหวานเนื้อสัมผัสหลากหลาย หรือกำลังมองหาวัตถุดิบจากพืชสำหรับสร้างสรรค์เมนูโฮมเมด
จุดเด่นของอำพันดอกท้อ
- เกรด AAA คัดเม็ดสวย สีอำพันน่ารับประทาน
- เป็นยางธรรมชาติจากต้นท้อ มีพอลิแซ็กคาไรด์จากพืชเป็นส่วนประกอบหลัก
- แช่น้ำแล้วพองตัว ให้เนื้อสัมผัสนุ่ม หนึบ และฉ่ำน้ำ
- รสชาติอ่อน สามารถนำไปปรุงร่วมกับวัตถุดิบได้หลายชนิด
- เหมาะสำหรับทำซุปหวาน น้ำสมุนไพร เครื่องดื่ม และของหวาน
- รับประทานได้ทั้งแบบอุ่นและใส่น้ำแข็ง
- บรรจุขนาด 250 กรัม ใช้ทำเมนูได้หลายครั้ง
เมนูแนะนำ
อำพันดอกท้อสามารถนำไปตุ๋นกับพุทราจีน เก๋ากี้ เห็ดหูหนูขาว รังนก เม็ดบัว ลำไยแห้ง หรือธัญพืชต่าง ๆ เติมน้ำตาลกรวดตามชอบ เหมาะสำหรับทำซุปหวานอำพันดอกท้อ ของหวานจีน น้ำลำไย หรือเมนูเย็นรับประทานในวันที่อากาศร้อน
วิธีเตรียมอำพันดอกท้อ
- ล้างอำพันดอกท้อด้วยน้ำสะอาดหนึ่งครั้ง
- แช่ในน้ำสะอาดปริมาณมากจนเม็ดพองตัวเต็มที่ ประมาณ 12–24 ชั่วโมง โดยระยะเวลาขึ้นอยู่กับขนาดของเม็ดและอุณหภูมิน้ำ
- เปลี่ยนน้ำและล้างอีกครั้ง พร้อมคัดเศษเปลือกไม้หรือสิ่งเจือปนตามธรรมชาติออก
- นำไปตุ๋นประมาณ 30 นาที หรือจนได้ความนุ่มตามต้องการ
- เติมพุทราจีน เก๋ากี้ เห็ดหูหนูขาว หรือส่วนผสมอื่น แล้วปรุงรสด้วยน้ำตาลกรวด
เคล็ดลับ: หากอากาศเย็น อำพันดอกท้ออาจใช้เวลาแช่นานขึ้น ควรใช้ภาชนะขนาดใหญ่และเติมน้ำให้เพียงพอ เนื่องจากเม็ดจะพองตัวหลายเท่า
การเก็บรักษา
เก็บผลิตภัณฑ์แห้งในภาชนะที่ปิดสนิท วางในบริเวณแห้งและเย็น หลีกเลี่ยงแสงแดด ความร้อน และความชื้น หลังแช่น้ำควรนำไปปรุงให้สุกและรับประทานโดยเร็ว ไม่ควรเก็บอำพันดอกท้อที่กำลังแช่น้ำไว้เป็นเวลานานที่อุณหภูมิห้อง
ข้อควรทราบ
อำพันดอกท้อเป็นวัตถุดิบอาหารจากธรรมชาติ สี ขนาด และรูปทรงของแต่ละเม็ดจึงอาจแตกต่างกัน และอาจพบเศษเปลือกไม้ขนาดเล็กติดมากับยางตามธรรมชาติ ควรแช่น้ำ ล้าง คัดสิ่งเจือปน และปรุงให้สุกก่อนรับประทาน
ผลิตภัณฑ์นี้เป็นอาหาร ไม่ใช่ยา และไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้ที่มีโรคประจำตัว มีข้อจำกัดด้านอาหาร ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีประวัติแพ้อาหาร ควรพิจารณาส่วนประกอบบนฉลากและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทาน













