แครนเบอร์รี่ เบอร์รี่ที่มีคุณประโยชน์มากมายไม่แพ้ผลไม้อื่นๆ

แครนเบอร์รี่ เบอร์รี่ที่มีคุณประโยชน์มากมายไม่แพ้ผลไม้อื่นๆ

ลักษณะของแครนเบอร์รี่

แครนเบอร์รี : Cranberries

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Vaccinium macrocarpon

อยู่ในวงค์ : Ericaceae

แครนเบอร์รี่ จัดอยู่ในตระกูลเบอร์รี เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุยืน มีทรงพุ่มแคระ เป็นไม้เลื้อยแตกกิ่งก้าน ใบมีลักษณะทรงรี ใบมีขนาดเล็กๆ มีก้านใบสั้น ใบมีผิวเรียบ มีสีเขียว ฤดูใบไม้ร่วงจะไม่ผลัดใบ ใบจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ดอกมีลักษณะรูปทรงแตร ตรงส่วนกลีบดอกมีสีขาวหรือสีชมพู ผลเป็นผลเดี่ยว อยู่เป็นพวง มีลักษณะทรงกลมรี ผิวเปลือกบางผิวเป็นลื่นเป็นมัน ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกจะมีสีแดง มีเนื้อสีขาวนวล เนื้อนุ่มฉ่ำน้ำ มีรสชาติเปรี้ยวอมฝาด มีกลิ่นหอม ใช้ทำเป็นเครื่องดื่มต่างๆได้ นำมาประกอบอาหารเมนูต่างๆ ได้หลากหลายเมนู

  • ลำต้น เป็นแบบพืชล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุยืน มีทรงพุ่มแคระ เป็นไม้เลื้อยแตกกิ่งก้าน ลำต้นมีลักษณะกลมๆ เป็นเถายาว มีสีน้ำตาล มีหน่อเล็กๆแทงออกมาจากดิน มีหน่อแตกจากต้น
  • ราก เป็นระบบรากแก้ว มีลักษณะกลมๆ แทงลงในดิน มีรากแขนงและรากฝอยเล็กๆ ออกตามแนวราบ มีสีน้ำตาล มีหน่อเล็กๆ แทงออกมาจากดินแตกจากต้น
  • ใบ มีลักษณะทรงรี ใบมีขนาดเล็กๆ มีก้านใบสั้น ใบมีผิวเรียบ มีสีเขียว ฤดูใบไม้ร่วงไม่ผลัดใบ ใบจะเปลี่ยนเป็นสีแดง
  • ดอก ออกดอกเป็นช่อ มีดอกย่อยตามกิ่งก้าน มีลักษณะรูปทรงแตร กลีบดอกมีสีขาวหรือสีชมพู มีก้านช่อดอกสั้น ดอกออกซอกใบและปลายกิ่ง
  • ผล เป็นผลเดี่ยว อยู่เป็นพวง มีลักษณะทรงกลมรี ผิวเปลือกบางผิวเป็นลื่นเป็นมัน ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกจะมีสีแดงสด มีเนื้อสีขาวนวล เนื้อนุ่มฉ่ำน้ำ มีรสชาติเปรี้ยวอมฝาด มีกลิ่นหอมมากๆ

ประโยชน์และสรรพคุณของแครนเบอร์รี่

แครนเบอร์รี่มีสารอาหารมากมายไม่ว่าจะเป็น มีวิตามินเอ มีวิตามินอี มีวิตามินเค มีวิตามินซี มีธาตุแคลเซียม มีวิตามินบี1 มีวิตามินบี2 มีวิตามินบี3 มีวิตามินบี5 มีวิตามินบี6 มีวิตามินบี9 มีวิตามินบี12 มีโปรตีน มีน้ำตาล มีธาตุเหล็ก มีแมกนีเซียม มีโพแทสเซียม มีคาร์โบไฮเดรต มีเส้นใย มีพลังงาน มีไขมัน มีโซเดียม มีฟอสฟอรัส มีเบตาแคโรทีน มีฟลูออไรด์ มีสังกะสี

  • ช่วยในการขับปัสสาวะ
  • ช่วยเหลือระบบปัสสาวะและยังช่วยรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ
  • ป้องกันโรคเหงือก
  • แผลในช่องท้องภายในร่างกาย
  • ป้องกันติดเชื้อของแบคทีเรียและยังช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอีกด้วย
  • สามารถรักษานิ่วในไต
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  • มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ
  • ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง
  • บำรุงระบบไหลเวียนโลหิต
  • ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ดี
  • ช่วยบำรุงสายตา
  • ช่วยรักษาตาต้อกระจก
  • บำรุงผิวพรรณ
  • ป้องกันโรคหัวใจ
  • ป้องกันโรคช่องท้อง
  • บำรุงเหงือก
  • บำรุงสมองและบำรุงประสาท
  • รักษาหลอดเลือดตีบ
  • ช่วยรักษาโรคความดันโลหิต

เจนนิเฟอร์ แมคเลลาน ผู้รักษาโรคโดยธรรมชาติบำบัดได้ทำการเขียนเรื่องเกี่ยวกับ แครนเบอร์รี่ว่า จากบทวิเคราะห์การทดลองทางคลินิกมามากกว่า 10 ชิ้นที่ตีพิมพ์ในวารสารสมาคมการแพทย์อเมริกัน โดย Cochrane เมื่อที่ผ่านมาเร็วๆ นี้ สรุปใจความได้ว่าแครนเบอร์รี่นั้น สามารถป้องกันภาวะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ ผู้เขียนได้พบว่า สำหรับบางคนแล้ว น้ำที่คั้นมาจากแครนเบอร์รีนั้น มีส่วนช่วยป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ โดยมีบทบาทในการทำหน้าที่ต่อต้านแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ซึ่งให้ผลในการป้องกันประมาณ 8 ชั่วโมง ดังนั้นการดื่มน้ำผลไม้ชนิดนี้เป็นประจำอาจช่วยปกป้องคุณจากแบคทีเรียได้อย่างต่อเนื่อง

แครนเบอร์รี่ สรรพคุณ

ควรรับประทานแครนเบอร์รี่อย่างไร ? ให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ

การรับประทานแครนเบอร์รี่ในปริมาณที่พอเหมาะนั้นค่อนข้างปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่การดื่มน้ำแครนเบอร์รี่ปริมาณมาก ๆ อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงเป็นอาการปวดท้องหรือท้องเสียได้เล็กน้อย หรือหากดื่มน้ำแครนเบอร์รี่ปริมาณมากกว่าวันละ 1 ลิตร ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงเกิดนิ่วในไตได้อีกด้วย

บุคคลในกลุ่มต่อไปนี้ ควรระมัดระวังในการรับประทานแครนเบอร์รี่เป็นพิเศษ

  • หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
    • ไม่ควรรับประทานแครนเบอร์รี่เนื่องจากสาเหตุนี้ยังมีข้อมูลด้านความปลอดภัยไม่เพียงพอ จึงควรหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในขณะตั้งครรภ์หรือในช่วงให้นมบุตรเพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของเด็ก การรับประทานหรือดื่มน้ำแครนเบอร์รี่ในปริมาณที่เหมาะสมนั้นค่อนข้างที่จะปลอดภัยสำหรับเด็ก และยังบำรุงสุขภาพด้านต่างๆในร่างกายของเด็กให้ดีขึ้น
  • ผู้ที่แพ้ยาแอสไพริน
    • ห้ามรับประทานหรือดื่มน้ำแครนเบอร์รี่ในปริมาณมาก ๆเนื่องจากแครนเบอร์รี่ประกอบไปด้วยสารกรดซาลิไซลิก ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของยาแอสไพริน ทำให้ผู้ที่แพ้ยาแอสไพรินเสี่ยงเกิดอาการแพ้ต่าง ๆ จากการบริโภคแครนเบอร์รี่ได้เช่นกัน
  • ผู้ที่กำลังใช้ยาวาร์ฟาริน
    • อาจต้องปรับเปลี่ยนปริมาณในตัวยาที่ใช้อยู่และหมั่นไปตรวจเลือดเป็นประจำ เพราะแครนเบอร์รี่อาจขยายระยะเวลาที่ยาวาร์ฟารินอยู่ในร่างกาย และทำให้เกิดแผลฟกช้ำหรือมีอาการเลือดออกได้ง่าย
  • ผู้ป่วยเยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบ และผู้ที่มีกรดในกระเพาะต่ำ
    • เพราะแครนเบอร์รี่นั้นอาจจะไปกระตุ้นให้ร่างกายดูดซึมวิตามินบี12 เพิ่มมากขึ้น หากร่างกายมีวิตามินบี12 มากเกินไป อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น มีผื่นคัน คลื่นไส้ ท้องเสีย ความดันโลหิตต่ำ เป็นต้น
  • ผู้ป่วยนิ่วในไต รวมถึงผู้ที่เคยเป็นนิ่วในไต
    • ไม่ควรดื่มน้ำแครนเบอร์รี่หรือบริโภคสารสกัดจากแครนเบอร์รี่ในปริมาณมาก ๆ เนื่องจากแครนเบอร์รี่มีสารออกซาเลต (Oxalate) ซึ่งเมื่อสารนี้จับตัวกับแคลเซียม อาจเพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดนิ่วในไตได้ง่าย
  • ผู้ป่วยเบาหวาน
    • เนื่องจากผลิตภัณฑ์น้ำแครนเบอร์รี่บางชนิดนั้นมักจะมีส่วนผสมของน้ำตาลปริมาณมาก จึงควรเลือกน้ำแครนเบอร์รี่ที่มีน้ำตาลน้อย หรือมีสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล

แครนเบอร์รี่เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในการรับประทานเพื่อบำรุงสุภาพของท่านได้ แถมยังสามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มและเมนูอาหารต่างๆ อีกทั้งยังมีคุณประโยชน์มากมายที่เป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกายของคุณ สำหรับท่านได้ที่ชอบรับประทานเบอร์รี่นั้นไม่ควรพลาดเจ้า แครนเบอร์รี่เป็นอันขาด