แปะก๊วย ประวัติที่มาและสรรพคุณประโยชน์ของสมุนไพรตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ของมัน

แปะก๊วย ประโยชน์และสรรพคุณ

แปะก๊วย เป็นสมุนไพรที่มีอายุมาอย่างยาวนานมากอายุของมันอยู่มาไม่ต่ำกว่า 2,800 ปี ต้นกำเนิดของมันอยู่ที่ประเทศจีน (แถบภูเขาด้านตะวันตกของนครเซี่ยงไฮ้) และคนจีนนั้นนำเมล็ดของมันที่มีชื่อเรียกว่า เป่ยกัว (Bai Guo) หรือ หยิน ชิง (Yin Xing) นำมารับประทานและใช้เมล็ดเหล่านั้นมาเป็นยาสมุนไพร รักษาโรค เช่น โรคหืด โรคความหนาวที่เกิดขึ้นตามนิ้วหรือข้อมือ นิ้วเท้า แม้แต่ชาวญี่ปุ่นเองก็นำเมล็ดของมันมา รักษาอาการ โรคลมพิษเช่นกัน

แปะก๊วยนั้นมีชื่อเรียกของมันหลากหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น กิงโก้ (Gingko) ต้นเฟิร์นก้านดำ (Maidenhair tree) เป็นต้น ด้วยความที่ ต้นแปะก๊วยนั้นรูปทรงของมัน มีลักษณะเหมือนกับ ใบเฟิร์นก้านดำคล้ายๆใบพัด และด้วยความที่ต้นแปะก๊วยตามธรรมชาตินั้นอยู่ในสภาวะเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์เช่นเดียวกับ แพนด้ายักษ์ จึงทำให้มันได้สมญานามอีกอย่างนึงว่า แพนด้ายักษ์แห่งมวลพฤกษา “Giant Panda of Plants”

และความจริงก็คือ แปะก๊วยนั้นเป็นพืชที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 270 ล้านปีก่อน และถือกำเนิดขึ้นในยุคเพอร์เมียน เมื่อประมาณ 290 ล้านปีมาแล้ว มันมีชีวิตต่อมาในมหายุคมีโซโซอิก จึงเป็นอาหารของไดโนเสาร์กินพืชทั้งหลาย

ใบแปะก๊วยยังเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยโตเกียวประเทศญี่ปุ่นที่เป็นตัวแทนของความคงทน ไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนต้นแปะก๊วยที่คงทนต่อสภาพแวดล้อม คงความเป็นต้นแปะก๊วยมาแต่ยุคโบราณกาลจนปัจจุบัน และมีความหมายในการปกป้องคุ้มครองภัย จากการที่วัดอันศักด์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวญี่ปุ่น มักจะถูกปกป้องจากอัคคีภัยหรือแผ่นดินไหวโดยต้นแปะก๊วย ส่วนในประเทศจีนแปะก๊วยยังใช้แทนตัวขงจื๊อ ผู้เป็นปราชญ์ใต้ต้นแปะก๊วย

รสชาติของใบแปะก๊วยและเมล็ด

มาพูดถึงเรื่องรสชาติของใบแแปะก๊วยนั้น แน่นอนมันจะมีรสขมโดยเฉพาะเมล็ดของมัน ดังนั้นควรนำเมล็ดหรือใบนั้นขจัดความขมของมันไป แต่สำหรับบางทานก็สามารถทานได้แม้จะมี

ลักษณะของต้นใบแปะก๊วย

แป๊ะก๊วย เป็นพืชอยู่ในวงศ์ Ginkgoaceae จัดเป็นสกุลพืชที่มีอายุค่อนข้างมากที่สุดของพืชมีเมล็ดทั้งหมด คนมักจะเข้าใจว่าแป๊ะก๊วยเป็นพืชดอก แต่แท้จริงเป็นพืชไม่มีดอก คือ จิมโนสเปิร์ม เหมือนปรง สน เพราะเปลือกหุ้มเมล็ดที่อวบอ่อนนุ่ม ทำให้คิดว่าเป็นผล

แป๊ะก๊วย เป็นพืชที่มีทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมีย ดอกตัวผู้จะออกเป็นช่อ ส่วนดอกตัวเมียออกเป็นกระจุกบริเวณปลายกิ่ง ใน 1 ดอก จะมีไข่ 2 อัน แป๊ะก๊วยต้นตัวผู้ออกดอกเป็นช่อสีเหลือง คล้ายหางกระรอก ติดอยู่ตรงปลายของกิ่งสั้น มากถึง 6 ช่อ ดอกตัวผู้สร้างละอองเกสรในระหว่างเดือนเมษายนจนถึงเดือนพฤษภาคม แล้วอาศัยแรงลมพัดพาไปสู่ดอกตัวเมียบนต้นตัวเมีย ต้นตัวผู้ออกดอกเป็นช่อมีสีเหลือง ช่อยาว 1.2-2.2 เซนติเมตร

รสชาติขมก็ตาม และวิธีการขจัดความขมนั้น ต้องน้ำเมล็ดแปะก๊วยที่ไม่ได้แกะนั้นไปแช่น้ำประมาณ 2- 3 ชั่วโมงหลังจากนั้นคัดแยกเมล็ดของมันที่เสียนั้นทิ้งไป และต้มด้วยน้ำเดือดประมาณ 10 – 15 นาทีเพื่อที่จะสามารถกระเทาะแกะเปลืองของมันออกมาได้ง่ายเมื่อแกะแล้วให้สักเกตุว่าจะมีแกนกลางไส้ของมันจะเป็นสีเขียวให้ดึงมันออกไป จากนั้นความขมของเมล็ดแปะก๊วยนั้นจะหายไปและสามารถรับประทานได้

ประโยชน์และสรรพคุณของ แปะก๊วย

  • เมล็ดและใบแปะก๊วยนั้นจะอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านโรคภัยและชะลอวัยได้อย่างดีเยี่ยม
  • กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่สมอง แขนและขา
  • ช่วยลดอาการชาปลายมือปลายเท้าได้ หรือแม้แต่อาการ ตะคริว
  • ช่วยลดอาการวินเวียนศีรษะหรือหูอื้อ เป็นเนื่องมาจากการไหลเวียนของหลอดเลือด
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ป้องกันโรคมะเร็ง
  • ช่วยต่อต้านสารเคมีอันตรายที่จะเข้าสู่มาในร่างกายได้ด้วย
  • สารที่สกัดได้จากใบแปะก๊วยนั้นมีหลายชนิดที่มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ในบริเวณลูกตา ป้องกันการเกิดโรคเบาหวานขึ้นตาได้
  • เพิ่มการไหลเวียนของโลหิตไปสู่สมอง ตามปลายมือปลายเท้า ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง
    • เพราะว่าเมื่อสมองขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง ย่อมเสื่อมสมรรถภาพและฝ่อไปในที่สุด ส่งผลเสียต่อการทำงานและประสิทธิภาพของสมอง จะทำให้เกิดการหลงลืมในผู้สูงอายุ หรือโรคความจำเสื่อม ที่เรียกว่า อัลไซเมอร์ (Alzheimer disease) นั้นเอง และในปัจจุบันในหลายๆ ประเทศได้ให้การยอมรับถึงสรรพคุณของใบแปะก๊วยในการรักษาโรคสมองเสื่อม
  • การนำสารสกัดจากใบแปะก๊วยมารวมกับสารอื่น ๆ ช่วยให้การดูดซับที่ผนังลำไส้เล็กดีขึ้น ทำให้ร่างกายสามารถนำเอาสารสกัดจากใบแปะก๊วยนี้มาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น
    • นอกจากนี้ยังมีการนำสารสกัดดังกล่าวมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อบำรุงสมอง และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ใช้รักษาโรคความจำเสื่อมโรคซึมเศร้า อาการหลงๆ ลืมๆ อันเนื่องมาจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอในผู้ป่วยสูงอายุ ผลแปะก๊วยที่ใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารจีนหลากหลายชนิด มีสรรพคุณช่วยบำรุงสมอง ช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนได้สะดวก แต่ท่านทราบหรือไม่ว่าแหล่งใหญ่ของสารที่ทำหน้าที่ช่วยเสริมสุขภาพดังกล่าว กลับพบมากในส่วนของใบมากกว่าผลเสียอีก แปะก๊วยมี
  • ฤทธิ์ในการต้ำนอนุมูลออกซิเจนอิสระของสำรสกัดใบแปะก๊วย เป็นผลมาจากสำรกลุ่มฟลำโวนอยด์ ซึ่งมีอยู่กว่ำ 20 ชนิดในใบแปะก๊วย
    • จากการศึกษาฤทธิ์ของสำรสกัดรูปแบบต่ำงๆ เช่น สำรสกัดแอลกอฮอล์ 100%สำรสกัดอะซิโตน 90 % พบว่ำสำรสกัดเหล่ำนี้มีฤทธิ์ในกำรยับยั้ง Lipid peroxidation ซึ่งเหนี่ยวนำโดย H2O2ลดปริมำณกำรผลิตอนุมูลอิสระ ป้องกัน LDL จำก Oxidative damage และป้องกันเม็ดเลือดแดงจำก EGB761 ยังสำมำรถป้องกันจอตำ (Retina) จำก Lipoperoxidation
  • ส่วนใบแปะก๊วยนั้น จะช่วยลดอาการหดตัวของกล้ามเนื้อและหลอดลม ช่วยผู้ป่วยหอบหืดได้อย่างดี
  • เมล็ดสามารถลดอาการแก่ชราและป้องกันมะเร็งได้ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเหมือนกับเมล็ด ช่วยป้องกันและรักษาศูนย์กลางจอประสาทตาไม่ให้เสื่อมลงไว

ถึงแม้แปะก๊วยเองจะมีสรรพคุณมากมายรักษาได้หลายโรคก็ควรจะรับประทานสมุนไพรนี้อย่างพอดีไม่งั้นจะทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ปวดหัว คลื่นไส้ ท้องเสีย อาเจียน กระสับกระส่าย หรือแม้แต่กาอารแพ้ก็เช่นกัน คนที่กำลังใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดนั้นก็ไม่ควรรับประทานเพราะจะทำให้เกิดผลเสีย อาจจะทำให้เลือดไม่สามารถเกาะตัวได้ตามปกติ หรือคนที่เคยมีกาอารชักมาก่อน รวมทั้งคนท้องด้วย ส่วนคนที่กำลังเข้ารับการผ่าตัดเร็วๆนี้ควรเลิกรับประทานแปะก๊วยอย่างน้อยคือ 1 เดือนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเลือดแข็งตัวช้านั้นเอง

แปะก๊วย ประโยชน์และสรรพคุณ

บทสรุปนี้ แปะก๊วยนั้นมีสรรพคุณมากมายล้นฟ้าแถมยังช่วยบำรุงในส่วนต่างๆของร่างกายได้ดีเยี่ยมแต่สำหรับใครที่กลัวว่าจะรับประทานมันเข้าไปนั้นเกิดผลข้างเคียงให้คุณ ลองปรึกษากับแพทย์ที่ใกล้ตัวของคุณดูเพื่อที่จะถามถึงความเหมาะสมของมันดูว่าควรรับประทานได้ในปริมาณเท่าไหร่ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง แต่ถ้าคุณหมอนั้น อนุญาตให้ทานได้ ก็ไม่ควรที่จะลังเลทาน เจ้าใบและเมล็ดแปะก๊วยกันนะแต่คุณควรจะทานมันแต่พอเหมาะนะ